ผู้เขียน: หจก. วิษณุ กรุ๊ป สเตนเลสแอนด์ดีไซน์

  • รถเข็นของพื้นสแตนเลส (มีราวกันตก)

    รถเข็นของพื้นสแตนเลส (มีราวกันตก)

    รถเข็นพื้นสเตนเลส

    รถเข็นสแตนเลส เหมาะกับวงการอาหาร งานบริการ ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือความเปียกชื้น แผ่นพื้นและมือจับผลิตจากสเตนเลส ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นสนิม แข็งแรง รับนํ้าหนักได้ดี มีขอบยางกันกระแทก ล้อ PU คุณภาพสูงจากต่างประเทศ เข็นได้คล่องแม้รับนํ้าหนักเต็มพิกัด รถมาตรฐานประกอบด้วยล้อเป็น 2 ล้อ ล้อตาย 2 ล้อ

  • รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) แบบครบวงจร ราคาถูก

    รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) แบบครบวงจร ราคาถูก

    รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) รถเข็นเอนกประสงค์ที่เอาไว้เก็บวัสดุอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งสามารถใช้อุปกรณ์ที่เก็บไว้ในรถเข็นฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้ ดังนั้นรถเข็นฉุกเฉินจึงมีลักษณะใช้งานง่าย เคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวเพื่อให้ทันต่อการใช้งานในสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน

    รถเข็นฉุกเฉิน คืออะไร

    รถเข็นฉุกเฉิน คือ รถเข็นที่มีลักษณะคล้ายรถเข็นทั่วไป แต่มีการออกแบบให้มีลักษณะเป็นลิ้นชักขนาดต่าง ๆ เพื่อใช้สำหรับเก็บวัสดุ https://tspstainless.com/ ต่าง ๆ ทั้งในการทำหัตถการทางการแพทย์ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บในกรณีต่าง ๆ

    ซึ่งรถเข็นฉุกเฉินสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีล้อเลื่อนที่สามารถหมุนได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา เพื่อสามารถเข็นเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้รถเข็นฉุกเฉินยังมีขนาดกะทัดรัดสามารถเข็นไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายด้วย

    รถเข็นฉุกเฉินมีกี่แบบ

    รถเข็นฉุกเฉิน 3 ลิ้นชัก

    มีการออกแบบให้มีลิ้นชักสำหรับใส่ สิ่งของ https://tspstainless.com/product/a0002/ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เป็นลิ้นชัก 3 ชั้น จะมีขนาดของลิ้นชัก ความกว้างและความสูงในขนาดที่เท่ากันทุกชั้น

    รถเข็นฉุกเฉิน 4 ลิ้นชัก

    รถเข็นฉุกเฉินที่มีลิ้นชัก 4 ชั้น เพิ่มความจุของการใส่และบรรจุสิ่งของต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยลิ้นชักแต่ละชั้นจะเรียงต่อกันอย่างลงตัว เพื่อง่ายต่อการหยิบเครื่องมือเครื่องใช้ และเก็บคืนไว้ได้อย่างเป็นระเบียบ

    รถเข็นฉุกเฉิน 5 ลิ้นชัก

    เป็นรถเข็นฉุกเฉินที่มีการเพิ่มจำนวนของลิ้นชักขึ้นมาอีก โดยมีลิ้นชักทั้งหมด 5 ชั้น สามารถจุวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น มีขนาดกว้างและใหญ่ขึ้นกว่ารถเข็นฉุกเฉิน 3 ชั้น และรถเข็นฉุกเฉิน 4 ชั้น

    รถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชัก 

    เป็นรถเข็นฉุกเฉินที่มีลิ้นชักในปริมาณมากที่สุด โดยมีการแบ่งแยกลิ้นชักทั้งหมดออกเป็น 6 ลิ้นชัก และสามารถจุสิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ สามารถเก็บและเลือกใช้งานได้ง่าย แม้รถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชักจะมีขนาดของลิ้นชักที่มากกว่ารถเข็นฉุกเฉินชนิดอื่น แต่ก็สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพราะมีการออกแบบล้อเลื่อนที่สามารถเข็นได้อย่างสะดวก และช่วยลดแรงในขณะเข็นรถเข็นด้วย จึงสามารถเข็นรถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชักได้อย่างคล่องตัว

    รถเข็นฉุกเฉิน เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

    รถเข็นฉุกเฉิน เหมาะกับการใช้งานสำหรับการทำการหัตถการ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในด้านการรักษาบาดแผลหรืออาการป่วยแบบกะทันหัน คล้าย ๆ กับ  เพราะรถเข็นฉุกเฉินเป็นครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ ด้วยการเข็นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีความสะอาด ปลอดภัยในการเก็บวัสดุทางการแพทย์ และง่ายต่อการใช้งานด้วย

    คุณสมบัติรถเข็นฉุกเฉิน

    รถเข็นฉุกเฉินมีคุณสมบัติที่เด่นชัด คือ มีความสะอาด ด้วยวัสดุที่ใช้ในการผลิตรถเข็นที่ถูกเลือกสรรมาเพื่อใช้เป็นที่เก็บวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะ แต่เพิ่มเติมคือให้สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว จึงออกแบบให้มีล้อเลื่อนที่สามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายและเร็ว รถเข็นฉุกเฉินสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และยังมีความคงทน แข็งแรง  เพราะมีโครงสร้างผลิตจากสแตนเลสอย่างดี เหมาะแก่การใช้งานในระยะยาวด้วย

  • รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) แบบครบวงจร ราคาถูก

    รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) แบบครบวงจร ราคาถูก

    รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) รถเข็นเอนกประสงค์ที่เอาไว้เก็บวัสดุอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งสามารถใช้อุปกรณ์ที่เก็บไว้ในรถเข็นฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้ ดังนั้นรถเข็นฉุกเฉินจึงมีลักษณะใช้งานง่าย เคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวเพื่อให้ทันต่อการใช้งานในสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน

    รถเข็นฉุกเฉิน คืออะไร

    รถเข็นฉุกเฉิน คือ รถเข็นที่มีลักษณะคล้ายรถเข็นทั่วไป แต่มีการออกแบบให้มีลักษณะเป็นลิ้นชักขนาดต่าง ๆ เพื่อใช้สำหรับเก็บวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ต่าง ๆ ทั้งในการทำหัตถการทางการแพทย์ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บในกรณีต่าง ๆ

    ซึ่งรถเข็นฉุกเฉินสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีล้อเลื่อนที่สามารถหมุนได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา เพื่อสามารถเข็นเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้รถเข็นฉุกเฉินยังมีขนาดกะทัดรัดสามารถเข็นไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายด้วย

    รถเข็นฉุกเฉินมีกี่แบบ

    รถเข็นฉุกเฉิน 3 ลิ้นชัก

    มีการออกแบบให้มีลิ้นชักสำหรับใส่สิ่งของ เครื่องมือทางการแพทย์ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เป็นลิ้นชัก 3 ชั้น จะมีขนาดของลิ้นชัก ความกว้างและความสูงในขนาดที่เท่ากันทุกชั้น

    รถเข็นฉุกเฉิน 4 ลิ้นชัก

    รถเข็นฉุกเฉินที่มีลิ้นชัก 4 ชั้น เพิ่มความจุของการใส่และบรรจุสิ่งของต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยลิ้นชักแต่ละชั้นจะเรียงต่อกันอย่างลงตัว เพื่อง่ายต่อการหยิบเครื่องมือเครื่องใช้ และเก็บคืนไว้ได้อย่างเป็นระเบียบ

    รถเข็นฉุกเฉิน 5 ลิ้นชัก

    เป็นรถเข็นฉุกเฉินที่มีการเพิ่มจำนวนของลิ้นชักขึ้นมาอีก โดยมีลิ้นชักทั้งหมด 5 ชั้น สามารถจุวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น มีขนาดกว้างและใหญ่ขึ้นกว่ารถเข็นฉุกเฉิน 3 ชั้น และรถเข็นฉุกเฉิน 4 ชั้น

    รถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชัก 

    เป็นรถเข็นฉุกเฉินที่มีลิ้นชักในปริมาณมากที่สุด โดยมีการแบ่งแยกลิ้นชักทั้งหมดออกเป็น 6 ลิ้นชัก และสามารถจุสิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ สามารถเก็บและเลือกใช้งานได้ง่าย แม้รถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชักจะมีขนาดของลิ้นชักที่มากกว่ารถเข็นฉุกเฉินชนิดอื่น แต่ก็สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพราะมีการออกแบบล้อเลื่อนที่สามารถเข็นได้อย่างสะดวก และช่วยลดแรงในขณะเข็นรถเข็นด้วย จึงสามารถเข็นรถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชักได้อย่างคล่องตัว

    รถเข็นฉุกเฉิน เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

    รถเข็นฉุกเฉิน เหมาะกับการใช้งานสำหรับการทำการหัตถการ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในด้านการรักษาบาดแผลหรืออาการป่วยแบบกะทันหัน คล้าย ๆ กับ รถทำแผล เพราะรถเข็นฉุกเฉินเป็นครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ ด้วยการเข็นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีความสะอาด ปลอดภัยในการเก็บวัสดุทางการแพทย์ และง่ายต่อการใช้งานด้วย

    คุณสมบัติรถเข็นฉุกเฉิน

    รถเข็นฉุกเฉินมีคุณสมบัติที่เด่นชัด คือ มีความสะอาด ด้วยวัสดุที่ใช้ในการผลิตรถเข็นที่ถูกเลือกสรรมาเพื่อใช้เป็นที่เก็บวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะ แต่เพิ่มเติมคือให้สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว จึงออกแบบให้มีล้อเลื่อนที่สามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายและเร็ว รถเข็นฉุกเฉินสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และยังมีความคงทน แข็งแรง  เพราะมีโครงสร้างผลิตจากสแตนเลสอย่างดี เหมาะแก่การใช้งานในระยะยาวด้วย

  • ประโยชน์ของสแตนเลส

    ประโยชน์ของสแตนเลส

    ก่อนจะนำสแตนเลสไปใช้ประโยชน์ในการประกอบชิ้นงานต่างๆ หรือใช้ในการทำอะไรสักอย่าง เราจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของสแตนเลสก่อน เพื่อการนำมาใช้งานได้อย่างถูกหลักและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ซึ่งประโยชน์ของสแตนเลสก็มีด้วยกันดังนี้

    • สามารถทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดี แต่จะมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเกรดที่มีโลหะผสมด้วยว่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งหากมีโลหะผสมอยู่ไม่มาก ก็จะสามารถต้านทานการกัดกร่อนได้แค่ในบรรยากาศทั่วไปเท่านั้น แต่หากมีโลหะผสมอยู่มาก ก็จะต้านทานการกัดกร่อนในกรดด่าง บรรยากาศคลอไรด์และในสารละลายต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด
    • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง
    • สามารถนำมาประกอบหรือแปรรูปได้ง่าย จึงเหมาะกับการแปรรูปทุกชนิด
    • มีความทนทานและแข็งแกร่งมาก จึงสามารถนำมาใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่าที่สุด
    • สามารถทนความร้อนหรือความเย็นได้ดี และมีความทนไฟ จึงนิยมนำสแตนเลสมาใช้ในงานอุตสาหกรรมขนส่งหรือปิโตรเคมีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากทีเดียว
    • มีความปลอดภัยสูงและมีความถูกสุขลักษณะ จึงนิยมนำมาใช้ในโรงพยาบาล รวมถึงการนำมาใช้ในครัว ในรูปของ หม้อเสตนเลส ช้อนสแตนเลส ฯลฯ อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะสแตนเลสจะไม่ดูดซึมรสหรือสารใดๆ ทั้งสิ้น จึงไม่ก่อให้เกิดสารปนเปื้อนหรือเชื้อโรคติดมากับสแตนเลส
    • มีความสวยงามและมีหลากสีให้เลือกใช้ จึงเหมาะกับการนำมาใช้งานเพื่อเพิ่มความสวยงามที่สุด

    สแตนเลส เป็นโลหะที่มักจะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ทั้งยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมาย แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ก่อให้เกิดอันตรายอีกด้วย ที่สำคัญคือมีน้ำหนักเบามาก จึงทำให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายและใช้งานได้อย่างสะดวก ในปัจจุบัน เราจึงมักจะพบผลิตภัณฑ์ของใช้ต่างๆ ที่ทำขึ้นจากสแตนเลส รวมถึงในงานอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ซึ่งก็แสดงให้เห็นได้ว่า สแตนเลส เป็นโลหะที่ได้รับความนิยมและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลาย

  • เคล็ดลับ…การดูแลรักษาสแตนเลส

    เคล็ดลับ…การดูแลรักษาสแตนเลส

    ในปัจจุบันสแตนเลสได้ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น เพราะด้วยคุณสมบัติของสแตนเลสที่มีการใช้งานที่คงทน  แต่ถึงแม้ว่าสแตนเลสจะขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุที่การใช้งานคงทนก็ตาม  สแตนเลสก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการทำความสะอาดพื้นผิวเป็นระยะๆเช่นกัน การหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำเป็นวิธีการดูแลรักษาเชิงป้องกันทางหนึ่ง โดยความถี่ในการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับเกรดของสแตนเลส พื้นผิว รูปทรง  สภาพแวดล้อมในการใช้งาน

    วิธีการขจัดคราบหรือรอยเปื้อนต่างๆโดยทั่วไปแยกได้      ดังนี้

    -รอยนิ้วมือ     ล้างด้วยน้ำสบู่ ผงซักฟอกหรือสารทำละลาย เช่น แอลกอฮอล์ หรือ อะซีโตน แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นจนสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง

    -น้ำมันและจาระบี     ล้างด้วยสารทำละลายอินทรีย์ ประเภทไฮโดร์คาร์บอน เช่น แอลกอฮอล์ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสบู่หรือผงซักฟอกอย่างอ่อนแล้วจึงล้างด้วยน้ำเย็นอีกครั้งให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ก่อนล้างควรแช่น้ำสบู่อุ่นๆสักพักจะช่วยทำให้ล้างออกได้ง่ายขึ้น

    -สี    ใช้แปรงไนลอนชนิดนุ่มจุ่มทินเนอร์ ขัดออกเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นแล้วเช็ดให้แห้ง

    -เขม่าหรือคราบอาหาร     ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียเช็ด และล้างด้วยน้ำเย็นก่อนเช็ดให้แห้ง

    -การเปลี่ยนสีอันเกิดจากความร้อน    ใช้แผ่นขัดทำความสะอาดที่ไม่ใช่โลหะ และน้ำยาที่ไม่กัดกร่อนผิว เช่น  บรัสโซ  ขัดรอยด่างออก โดยขัดไปในทิศทางเดียวกันกับลักษณะการเคลือบผิววัสดุ ล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง

    -ฉลากและสติ๊กเกอร์      ให้แช่หรือลูบด้วยน้ำสบู่ร้อน ก่อนจะลอกฉลากและทำความสะอาดกาวที่ติดอยู่ออกด้วยเมทิลแอลกอฮอล์หรือน้ำมันเบนซิน ล้างออกด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก ล้างอีกทีด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้ง

    -รอยน้ำ ตะกรัน       รอยที่เห็นได้ชัดสามารถลดเลือนได้โดยแช่ในน้ำส้มสายชู 25%หรือกรดไนตริก 15% จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักผอก และล้างออกอีกครั้งให้สะอาดด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม

    -สารแทนนินจากชาหรือกาแฟ      ล้างด้วยน้ำร้อนผสมโซดาซักผ้า(โซเดียมไบคาร์บอเนต)จากนั้นล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก และล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำร้อนเช็ดให้แห้งด้วยผ้าเนื้อนุ่ม

    -คราบสนิม     แช่ส่วนที่ขึ้นสนิมในน้ำอุ่นผสมสารละลายกรดไนตริกในสัดส่วน 9:1 เป็นเวลา1ชั่วโมง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือทาพื้นผิวที่ขึ้นสนิมด้วยสารกรดออกซาลิก ทิ้งไว้ประมาณ20นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง หรือในกรณี ของคราบที่ติดทนและยากต่อการกำจัด อาจต้องใช้เครื่องจักรช่วยขัดทำความสะอาด

    การดูแลรักษา

    1.หากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นประจำ ควรทำความสะอาดทันทีที่พบรอยเปื้อนและฝุ่น

    2.การทำความสะอาดควรเริ่มจากวิธีและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนที่สุดก่อนเสมอ และทดลองทำความสะอาดเป็นบริเวณเล็กๆก่อนเพื่อให้มั่นใจถึงผลลัพธ์

    3.ใช้น้ำอุ่นเพื่อช่วยขจัดความมันหรือจาระบี

    4.ขั้นตอสุดท้ายของการทำความสะอาดล้างและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าเนื้อนุ่มหรือกระดาษชำระแผ่นใหญ่ทุกครั้ง

    สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงกับสแตนเลส

    1.อย่าเคลือบสแตนเลสด้วยขี้ผึ้ง หรือสารที่มีความมัน เพราจะทำให้ฝุ่นหรือรอยเปื้อนติดบนพื้นผิวได้ง่ายขึ้นและทำความสะอาดอกได้ยาก

    2.อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอไรด์และเฮไลด์ เช่น โบรไมน์ ไอโอดีนและฟลูออรีน

    3.อย่าใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดสแตนเลส

    4.อย่าใช้กรดไฮโดรคลอริค ในการทำความสะอาด เพราะจะเกิดการกัดกร่อนแบบรูเข็มและแบบเป็นรอยร้าวได้

    5.อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แน่ใจ

    6.อย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องเงิน

    7.อย่าใช้ปริมาณสบู่และผงซักฟอกมากเกินไปในการทำความสะอาด เพราะอาจทิ้งคราบไว้บนพื้นผิวได้

    8.อย่าทำความสะอาดส่วนที่มีคราบฝังแน่นในขั้นตอนเดียว ควรทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนกำจัดคราบ

  • ข่าวสารเดือนธันวาคม

    ข่าวสารเดือนธันวาคม

    จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    ธันวาคม เป็นเดือนที่ 12 และเดือนสุดท้ายของปี ตามปฏิทินเกรกอเรียน และเป็นหนึ่งในเดือน 7 เดือนที่มี 31 วัน

    ตามหลักโหราศาสตร์ เดือนธันวาคมเริ่มต้นขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีธนู และสิ้นสุดเมื่อยกเข้าสู่ราศีมกร แต่ในทางดาราศาสตร์ ต้นเดือนธันวาคมดวงอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงู และไปอยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนูในปลายเดือน

    เดือนธันวาคมในภาษาอังกฤษ December มาจากภาษาละติน decem เนื่องจากเป็นเดือนที่ 10 ในปฏิทินโรมันดั้งเดิมที่เริ่มต้นปีในเดือนมีนาคม. ประเทศไทยเริ่มใช้ชื่อเดือนธันวาคมในปี พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้ราศีกำหนดชื่อเดือน

  • ข่าวสารเดือนพฤศจิกายน

    ข่าวสารเดือนพฤศจิกายน

    จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    พฤศจิกายน เป็นเดือนที่ 11 ของปี ตามปฏิทินเกรกอเรียน และเป็นหนึ่งในเดือน 4 เดือนที่มี 30 วัน

    ตามหลักโหราศาสตร์ เดือนพฤศจิกายนเริ่มต้นขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีพิจิก และสิ้นสุดเมื่อยกเข้าสู่ราศีธนู แต่ในทางดาราศาสตร์ ต้นเดือนพฤศจิกายนดวงอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาวตาชั่ง ผ่านกลุ่มดาวแมงป่องระหว่างวันที่ 24-29 พฤศจิกายน โดยประมาณ และไปอยู่ในกลุ่มดาวคนแบกงูในปลายเดือน

    เดือนพฤศจิกายนในภาษาอังกฤษ November มาจากภาษาละติน novem เนื่องจากเป็นเดือนที่ 9 ในปฏิทินโรมันดั้งเดิมที่เริ่มต้นปีในเดือนมีนาคม. ประเทศไทยเริ่มใช้ชื่อเดือนพฤศจิกายนในปี พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้ราศีกำหนดชื่อเดือน โดยพฤศจิกายน มาจากคำ พฤศจิก (พฺรึดสะจิก) ที่แปลว่า แมงป่อง

  • ข่าวสารเดือนตุลาคม

    ข่าวสารเดือนตุลาคม

    จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    ตุลาคม เป็นเดือนที่ 10 ของปี ตามปฏิทินเกรกอเรียน และเป็นหนึ่งในเดือน 7 เดือนที่มี 31 วัน

    ตามหลักโหราศาสตร์ เดือนตุลาคมเริ่มต้นขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีตุล และสิ้นสุดเมื่อยกเข้าสู่ราศีพิจิก แต่ในทางดาราศาสตร์ เดือนตุลาคมดวงอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาวและไปอยู่ในกลุ่มดาวคันชั่งตอนต้นเดือนพฤศจิกายน

    เดือนตุลาคมในภาษาอังกฤษ October มาจากภาษาละติน octo เนื่องจากเป็นเดือนที่ 8 ในปฏิทินโรมันดั้งเดิมที่เริ่มต้นปีในเดือนมีนาคม ประเทศไทยเริ่มใช้ชื่อเดือนตุลาคมในปี พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้ราศีกำหนดชื่อเดือน

  • ข่าวสารเดือนกันยายน

    ข่าวสารเดือนกันยายน

    จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    กันยายน เป็นเดือนที่ 9 ของปี ตามปฏิทินเกรกอเรียน และเป็นหนึ่งในเดือน 4 เดือนที่มี 30 วัน

    ตามหลักโหราศาสตร์ เดือนกันยายนเริ่มต้นขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีกันย์ และสิ้นสุดเมื่อยกเข้าสู่ราศีตุล แต่ในทางดาราศาสตร์ ต้นเดือนกันยายนดวงอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาวสิงโตและปลายเดือนไปอยู่ในกลุ่มดาวหญิงสาว

    เดือนกันยายนในภาษาอังกฤษ September มาจากภาษาละติน septem เนื่องจากเป็นเดือนที่ 7 ในปฏิทินโรมันดั้งเดิมที่เริ่มต้นปีในเดือนมีนาคม ประเทศไทยเริ่มใช้ชื่อเดือนกันยายนในปี พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้ราศีกำหนดชื่อเดือน

  • ข่าวสารเดือนสิงหาคม

    ข่าวสารเดือนสิงหาคม

    จาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    สิงหาคม เป็นเดือนที่ 8 ของปี ตามปฏิทินเกรกอเรียน และเป็นหนึ่งในเดือน 7 เดือนที่มี 31 วัน

    ตามหลักโหราศาสตร์ เดือนสิงหาคมเริ่มต้นขึ้นเมื่อดวงอาทิตย์ยกเข้าสู่ราศีสิงห์ และสิ้นสุดเมื่อยกเข้าสู่ราศีกันย์ แต่ในทางดาราศาสตร์ ต้นเดือนสิงหาคมดวงอาทิตย์อยู่ในกลุ่มดาวปูและปลายเดือนไปอยู่ในกลุ่มดาวสิงโต

    เดือนสิงหาคมเดิมใช้ชื่อในภาษาละตินว่า ซิกซ์ตีลิส (Sextilis) เนื่องจากเป็นเดือนที่ 6 ในปฏิทินโรมันดั้งเดิมที่เริ่มต้นปีในเดือนมีนาคม ต่อมาเปลี่ยนเป็น August เพื่อเป็นเกียรติแด่ ออกัสตัส ซีซาร์ เพราะเป็นเดือนที่พระองค์เข้าไปโรมในชัยชนะของเจ้าทั้งตะวันออกและตะวันตก ประเทศไทยเริ่มใช้ชื่อเดือนสิงหาคมในปี พ.ศ. 2432 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 โดยสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาเทววงศ์วโรปการ เป็นผู้เสนอให้ใช้ราศีกำหนดชื่อเดือน