หมวดหมู่: บทความ

  • รถเข็นของพื้นสแตนเลส (มีราวกันตก)

    รถเข็นของพื้นสแตนเลส (มีราวกันตก)

    รถเข็นพื้นสเตนเลส

    รถเข็นสแตนเลส เหมาะกับวงการอาหาร งานบริการ ที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีหรือความเปียกชื้น แผ่นพื้นและมือจับผลิตจากสเตนเลส ทำความสะอาดง่าย ไม่เป็นสนิม แข็งแรง รับนํ้าหนักได้ดี มีขอบยางกันกระแทก ล้อ PU คุณภาพสูงจากต่างประเทศ เข็นได้คล่องแม้รับนํ้าหนักเต็มพิกัด รถมาตรฐานประกอบด้วยล้อเป็น 2 ล้อ ล้อตาย 2 ล้อ

  • รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) แบบครบวงจร ราคาถูก

    รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) แบบครบวงจร ราคาถูก

    รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) รถเข็นเอนกประสงค์ที่เอาไว้เก็บวัสดุอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งสามารถใช้อุปกรณ์ที่เก็บไว้ในรถเข็นฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้ ดังนั้นรถเข็นฉุกเฉินจึงมีลักษณะใช้งานง่าย เคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวเพื่อให้ทันต่อการใช้งานในสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน

    รถเข็นฉุกเฉิน คืออะไร

    รถเข็นฉุกเฉิน คือ รถเข็นที่มีลักษณะคล้ายรถเข็นทั่วไป แต่มีการออกแบบให้มีลักษณะเป็นลิ้นชักขนาดต่าง ๆ เพื่อใช้สำหรับเก็บวัสดุ https://tspstainless.com/ ต่าง ๆ ทั้งในการทำหัตถการทางการแพทย์ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บในกรณีต่าง ๆ

    ซึ่งรถเข็นฉุกเฉินสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีล้อเลื่อนที่สามารถหมุนได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา เพื่อสามารถเข็นเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้รถเข็นฉุกเฉินยังมีขนาดกะทัดรัดสามารถเข็นไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายด้วย

    รถเข็นฉุกเฉินมีกี่แบบ

    รถเข็นฉุกเฉิน 3 ลิ้นชัก

    มีการออกแบบให้มีลิ้นชักสำหรับใส่ สิ่งของ https://tspstainless.com/product/a0002/ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เป็นลิ้นชัก 3 ชั้น จะมีขนาดของลิ้นชัก ความกว้างและความสูงในขนาดที่เท่ากันทุกชั้น

    รถเข็นฉุกเฉิน 4 ลิ้นชัก

    รถเข็นฉุกเฉินที่มีลิ้นชัก 4 ชั้น เพิ่มความจุของการใส่และบรรจุสิ่งของต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยลิ้นชักแต่ละชั้นจะเรียงต่อกันอย่างลงตัว เพื่อง่ายต่อการหยิบเครื่องมือเครื่องใช้ และเก็บคืนไว้ได้อย่างเป็นระเบียบ

    รถเข็นฉุกเฉิน 5 ลิ้นชัก

    เป็นรถเข็นฉุกเฉินที่มีการเพิ่มจำนวนของลิ้นชักขึ้นมาอีก โดยมีลิ้นชักทั้งหมด 5 ชั้น สามารถจุวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น มีขนาดกว้างและใหญ่ขึ้นกว่ารถเข็นฉุกเฉิน 3 ชั้น และรถเข็นฉุกเฉิน 4 ชั้น

    รถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชัก 

    เป็นรถเข็นฉุกเฉินที่มีลิ้นชักในปริมาณมากที่สุด โดยมีการแบ่งแยกลิ้นชักทั้งหมดออกเป็น 6 ลิ้นชัก และสามารถจุสิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ สามารถเก็บและเลือกใช้งานได้ง่าย แม้รถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชักจะมีขนาดของลิ้นชักที่มากกว่ารถเข็นฉุกเฉินชนิดอื่น แต่ก็สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพราะมีการออกแบบล้อเลื่อนที่สามารถเข็นได้อย่างสะดวก และช่วยลดแรงในขณะเข็นรถเข็นด้วย จึงสามารถเข็นรถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชักได้อย่างคล่องตัว

    รถเข็นฉุกเฉิน เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

    รถเข็นฉุกเฉิน เหมาะกับการใช้งานสำหรับการทำการหัตถการ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในด้านการรักษาบาดแผลหรืออาการป่วยแบบกะทันหัน คล้าย ๆ กับ  เพราะรถเข็นฉุกเฉินเป็นครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ ด้วยการเข็นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีความสะอาด ปลอดภัยในการเก็บวัสดุทางการแพทย์ และง่ายต่อการใช้งานด้วย

    คุณสมบัติรถเข็นฉุกเฉิน

    รถเข็นฉุกเฉินมีคุณสมบัติที่เด่นชัด คือ มีความสะอาด ด้วยวัสดุที่ใช้ในการผลิตรถเข็นที่ถูกเลือกสรรมาเพื่อใช้เป็นที่เก็บวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะ แต่เพิ่มเติมคือให้สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว จึงออกแบบให้มีล้อเลื่อนที่สามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายและเร็ว รถเข็นฉุกเฉินสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และยังมีความคงทน แข็งแรง  เพราะมีโครงสร้างผลิตจากสแตนเลสอย่างดี เหมาะแก่การใช้งานในระยะยาวด้วย

  • รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) แบบครบวงจร ราคาถูก

    รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) แบบครบวงจร ราคาถูก

    รถเข็นฉุกเฉิน (Emergency Cart) รถเข็นเอนกประสงค์ที่เอาไว้เก็บวัสดุอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ สำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งสามารถใช้อุปกรณ์ที่เก็บไว้ในรถเข็นฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บได้ ดังนั้นรถเข็นฉุกเฉินจึงมีลักษณะใช้งานง่าย เคลื่อนที่ได้อย่างคล่องตัวเพื่อให้ทันต่อการใช้งานในสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน

    รถเข็นฉุกเฉิน คืออะไร

    รถเข็นฉุกเฉิน คือ รถเข็นที่มีลักษณะคล้ายรถเข็นทั่วไป แต่มีการออกแบบให้มีลักษณะเป็นลิ้นชักขนาดต่าง ๆ เพื่อใช้สำหรับเก็บวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ต่าง ๆ ทั้งในการทำหัตถการทางการแพทย์ และอุปกรณ์ช่วยชีวิตผู้บาดเจ็บในกรณีต่าง ๆ

    ซึ่งรถเข็นฉุกเฉินสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่ายและรวดเร็ว โดยมีล้อเลื่อนที่สามารถหมุนได้รอบทิศทางแบบ 360 องศา เพื่อสามารถเข็นเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก ทั้งนี้รถเข็นฉุกเฉินยังมีขนาดกะทัดรัดสามารถเข็นไปยังสถานที่ต่าง ๆ ได้ง่ายด้วย

    รถเข็นฉุกเฉินมีกี่แบบ

    รถเข็นฉุกเฉิน 3 ลิ้นชัก

    มีการออกแบบให้มีลิ้นชักสำหรับใส่สิ่งของ เครื่องมือทางการแพทย์ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ เป็นลิ้นชัก 3 ชั้น จะมีขนาดของลิ้นชัก ความกว้างและความสูงในขนาดที่เท่ากันทุกชั้น

    รถเข็นฉุกเฉิน 4 ลิ้นชัก

    รถเข็นฉุกเฉินที่มีลิ้นชัก 4 ชั้น เพิ่มความจุของการใส่และบรรจุสิ่งของต่าง ๆ ให้มากขึ้น โดยลิ้นชักแต่ละชั้นจะเรียงต่อกันอย่างลงตัว เพื่อง่ายต่อการหยิบเครื่องมือเครื่องใช้ และเก็บคืนไว้ได้อย่างเป็นระเบียบ

    รถเข็นฉุกเฉิน 5 ลิ้นชัก

    เป็นรถเข็นฉุกเฉินที่มีการเพิ่มจำนวนของลิ้นชักขึ้นมาอีก โดยมีลิ้นชักทั้งหมด 5 ชั้น สามารถจุวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ ได้มากขึ้น มีขนาดกว้างและใหญ่ขึ้นกว่ารถเข็นฉุกเฉิน 3 ชั้น และรถเข็นฉุกเฉิน 4 ชั้น

    รถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชัก 

    เป็นรถเข็นฉุกเฉินที่มีลิ้นชักในปริมาณมากที่สุด โดยมีการแบ่งแยกลิ้นชักทั้งหมดออกเป็น 6 ลิ้นชัก และสามารถจุสิ่งของ วัสดุ อุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ สามารถเก็บและเลือกใช้งานได้ง่าย แม้รถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชักจะมีขนาดของลิ้นชักที่มากกว่ารถเข็นฉุกเฉินชนิดอื่น แต่ก็สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้ง่าย เพราะมีการออกแบบล้อเลื่อนที่สามารถเข็นได้อย่างสะดวก และช่วยลดแรงในขณะเข็นรถเข็นด้วย จึงสามารถเข็นรถเข็นฉุกเฉิน 6 ลิ้นชักได้อย่างคล่องตัว

    รถเข็นฉุกเฉิน เหมาะกับการใช้งานแบบไหน

    รถเข็นฉุกเฉิน เหมาะกับการใช้งานสำหรับการทำการหัตถการ หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือในด้านการรักษาบาดแผลหรืออาการป่วยแบบกะทันหัน คล้าย ๆ กับ รถทำแผล เพราะรถเข็นฉุกเฉินเป็นครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังที่ต่าง ๆ ด้วยการเข็นได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังมีความสะอาด ปลอดภัยในการเก็บวัสดุทางการแพทย์ และง่ายต่อการใช้งานด้วย

    คุณสมบัติรถเข็นฉุกเฉิน

    รถเข็นฉุกเฉินมีคุณสมบัติที่เด่นชัด คือ มีความสะอาด ด้วยวัสดุที่ใช้ในการผลิตรถเข็นที่ถูกเลือกสรรมาเพื่อใช้เป็นที่เก็บวัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์โดยเฉพาะ แต่เพิ่มเติมคือให้สามารถเข็นเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว จึงออกแบบให้มีล้อเลื่อนที่สามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายและเร็ว รถเข็นฉุกเฉินสามารถเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย และยังมีความคงทน แข็งแรง  เพราะมีโครงสร้างผลิตจากสแตนเลสอย่างดี เหมาะแก่การใช้งานในระยะยาวด้วย

  • ประโยชน์ของสแตนเลส

    ประโยชน์ของสแตนเลส

    ก่อนจะนำสแตนเลสไปใช้ประโยชน์ในการประกอบชิ้นงานต่างๆ หรือใช้ในการทำอะไรสักอย่าง เราจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับประโยชน์ของสแตนเลสก่อน เพื่อการนำมาใช้งานได้อย่างถูกหลักและเกิดประโยชน์อย่างสูงสุด ซึ่งประโยชน์ของสแตนเลสก็มีด้วยกันดังนี้

    • สามารถทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดี แต่จะมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเกรดที่มีโลหะผสมด้วยว่ามากน้อยเพียงใด ซึ่งหากมีโลหะผสมอยู่ไม่มาก ก็จะสามารถต้านทานการกัดกร่อนได้แค่ในบรรยากาศทั่วไปเท่านั้น แต่หากมีโลหะผสมอยู่มาก ก็จะต้านทานการกัดกร่อนในกรดด่าง บรรยากาศคลอไรด์และในสารละลายต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด
    • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง
    • สามารถนำมาประกอบหรือแปรรูปได้ง่าย จึงเหมาะกับการแปรรูปทุกชนิด
    • มีความทนทานและแข็งแกร่งมาก จึงสามารถนำมาใช้งานได้อย่างยาวนานและคุ้มค่าที่สุด
    • สามารถทนความร้อนหรือความเย็นได้ดี และมีความทนไฟ จึงนิยมนำสแตนเลสมาใช้ในงานอุตสาหกรรมขนส่งหรือปิโตรเคมีเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจมากทีเดียว
    • มีความปลอดภัยสูงและมีความถูกสุขลักษณะ จึงนิยมนำมาใช้ในโรงพยาบาล รวมถึงการนำมาใช้ในครัว ในรูปของ หม้อเสตนเลส ช้อนสแตนเลส ฯลฯ อีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะสแตนเลสจะไม่ดูดซึมรสหรือสารใดๆ ทั้งสิ้น จึงไม่ก่อให้เกิดสารปนเปื้อนหรือเชื้อโรคติดมากับสแตนเลส
    • มีความสวยงามและมีหลากสีให้เลือกใช้ จึงเหมาะกับการนำมาใช้งานเพื่อเพิ่มความสวยงามที่สุด

    สแตนเลส เป็นโลหะที่มักจะถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย ทั้งยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีคุณสมบัติที่โดดเด่นมากมาย แถมยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ก่อให้เกิดอันตรายอีกด้วย ที่สำคัญคือมีน้ำหนักเบามาก จึงทำให้เคลื่อนย้ายได้ง่ายและใช้งานได้อย่างสะดวก ในปัจจุบัน เราจึงมักจะพบผลิตภัณฑ์ของใช้ต่างๆ ที่ทำขึ้นจากสแตนเลส รวมถึงในงานอุตสาหกรรมการผลิตต่างๆ ซึ่งก็แสดงให้เห็นได้ว่า สแตนเลส เป็นโลหะที่ได้รับความนิยมและสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างแพร่หลาย

  • เคล็ดลับ…การดูแลรักษาสแตนเลส

    เคล็ดลับ…การดูแลรักษาสแตนเลส

    ในปัจจุบันสแตนเลสได้ถูกใช้งานอย่างกว้างขวางมากขึ้น เพราะด้วยคุณสมบัติของสแตนเลสที่มีการใช้งานที่คงทน  แต่ถึงแม้ว่าสแตนเลสจะขึ้นชื่อว่าเป็นวัสดุที่การใช้งานคงทนก็ตาม  สแตนเลสก็จำเป็นที่จะต้องได้รับการทำความสะอาดพื้นผิวเป็นระยะๆเช่นกัน การหมั่นทำความสะอาดเป็นประจำเป็นวิธีการดูแลรักษาเชิงป้องกันทางหนึ่ง โดยความถี่ในการทำความสะอาดขึ้นอยู่กับเกรดของสแตนเลส พื้นผิว รูปทรง  สภาพแวดล้อมในการใช้งาน

    วิธีการขจัดคราบหรือรอยเปื้อนต่างๆโดยทั่วไปแยกได้      ดังนี้

    -รอยนิ้วมือ     ล้างด้วยน้ำสบู่ ผงซักฟอกหรือสารทำละลาย เช่น แอลกอฮอล์ หรือ อะซีโตน แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นจนสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง

    -น้ำมันและจาระบี     ล้างด้วยสารทำละลายอินทรีย์ ประเภทไฮโดร์คาร์บอน เช่น แอลกอฮอล์ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสบู่หรือผงซักฟอกอย่างอ่อนแล้วจึงล้างด้วยน้ำเย็นอีกครั้งให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ก่อนล้างควรแช่น้ำสบู่อุ่นๆสักพักจะช่วยทำให้ล้างออกได้ง่ายขึ้น

    -สี    ใช้แปรงไนลอนชนิดนุ่มจุ่มทินเนอร์ ขัดออกเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นแล้วเช็ดให้แห้ง

    -เขม่าหรือคราบอาหาร     ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียเช็ด และล้างด้วยน้ำเย็นก่อนเช็ดให้แห้ง

    -การเปลี่ยนสีอันเกิดจากความร้อน    ใช้แผ่นขัดทำความสะอาดที่ไม่ใช่โลหะ และน้ำยาที่ไม่กัดกร่อนผิว เช่น  บรัสโซ  ขัดรอยด่างออก โดยขัดไปในทิศทางเดียวกันกับลักษณะการเคลือบผิววัสดุ ล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง

    -ฉลากและสติ๊กเกอร์      ให้แช่หรือลูบด้วยน้ำสบู่ร้อน ก่อนจะลอกฉลากและทำความสะอาดกาวที่ติดอยู่ออกด้วยเมทิลแอลกอฮอล์หรือน้ำมันเบนซิน ล้างออกด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก ล้างอีกทีด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้ง

    -รอยน้ำ ตะกรัน       รอยที่เห็นได้ชัดสามารถลดเลือนได้โดยแช่ในน้ำส้มสายชู 25%หรือกรดไนตริก 15% จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักผอก และล้างออกอีกครั้งให้สะอาดด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม

    -สารแทนนินจากชาหรือกาแฟ      ล้างด้วยน้ำร้อนผสมโซดาซักผ้า(โซเดียมไบคาร์บอเนต)จากนั้นล้างด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก และล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำร้อนเช็ดให้แห้งด้วยผ้าเนื้อนุ่ม

    -คราบสนิม     แช่ส่วนที่ขึ้นสนิมในน้ำอุ่นผสมสารละลายกรดไนตริกในสัดส่วน 9:1 เป็นเวลา1ชั่วโมง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดหรือทาพื้นผิวที่ขึ้นสนิมด้วยสารกรดออกซาลิก ทิ้งไว้ประมาณ20นาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง หรือในกรณี ของคราบที่ติดทนและยากต่อการกำจัด อาจต้องใช้เครื่องจักรช่วยขัดทำความสะอาด

    การดูแลรักษา

    1.หากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นประจำ ควรทำความสะอาดทันทีที่พบรอยเปื้อนและฝุ่น

    2.การทำความสะอาดควรเริ่มจากวิธีและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนที่สุดก่อนเสมอ และทดลองทำความสะอาดเป็นบริเวณเล็กๆก่อนเพื่อให้มั่นใจถึงผลลัพธ์

    3.ใช้น้ำอุ่นเพื่อช่วยขจัดความมันหรือจาระบี

    4.ขั้นตอสุดท้ายของการทำความสะอาดล้างและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าเนื้อนุ่มหรือกระดาษชำระแผ่นใหญ่ทุกครั้ง

    สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงกับสแตนเลส

    1.อย่าเคลือบสแตนเลสด้วยขี้ผึ้ง หรือสารที่มีความมัน เพราจะทำให้ฝุ่นหรือรอยเปื้อนติดบนพื้นผิวได้ง่ายขึ้นและทำความสะอาดอกได้ยาก

    2.อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอไรด์และเฮไลด์ เช่น โบรไมน์ ไอโอดีนและฟลูออรีน

    3.อย่าใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค ทำความสะอาดสแตนเลส

    4.อย่าใช้กรดไฮโดรคลอริค ในการทำความสะอาด เพราะจะเกิดการกัดกร่อนแบบรูเข็มและแบบเป็นรอยร้าวได้

    5.อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แน่ใจ

    6.อย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องเงิน

    7.อย่าใช้ปริมาณสบู่และผงซักฟอกมากเกินไปในการทำความสะอาด เพราะอาจทิ้งคราบไว้บนพื้นผิวได้

    8.อย่าทำความสะอาดส่วนที่มีคราบฝังแน่นในขั้นตอนเดียว ควรทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนกำจัดคราบ

  • ครุภัณฑ์การแพทย์ รถเข็นทางการแพทย์ และสินค้าสแตนเลสตามสั่ง

    ครุภัณฑ์การแพทย์ รถเข็นทางการแพทย์ และสินค้าสแตนเลสตามสั่ง

    ครุภัณฑ์การแพทย์ คือ อุปกรณ์ เครื่องมือ หรือวัสดุที่ใช้ในงานด้านการแพทย์ เพื่อช่วยหรือประกอบการรักษาผู้ป่วย หรือเป็นอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ ที่ใช้ในหน่วยงานด้านการแพทย์ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์สำนักงาน โดยมีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ 1 ปีขึ้นไป

    ตัวอย่างครุภัณฑ์การแพทย์ เช่น เตียงผู้ป่วย, รถเข็น, กล้องจุลทรรศน์, เครื่องวัดต่างๆ, เครื่องตรวจหัวใจ, เครื่องตรวจไขมัน, ตู้ส่องดูฟิล์มเอกซเรย์, เครื่องชั่งน้ำหนัก, โคมไฟผ่าตัด, หลอดทดลอง, โต๊ะพยาบาล, เก้าอี้สำหรับญาติ เป็นต้น

    อุปกรณ์บางรายการ สามารถสรรหาหรือผลิตได้ภายในประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องสั่งหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศให้วุ่นวาย และการทำในประเทศก็มีต้นทุนที่ต่ำกว่า บริษัทขายเครื่องมือแพทย์หลายแห่งจึงนิยมว่าจ้างผู้ผลิตในประเทศ ให้ทำการผลิตอุปกรณ์ที่มีลักษณะเหมือนหรือเทียบเท่า เช่น ตู้ใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (AED), ตู้เหล็กสำหรับวางเครื่องมือแพทย์, ตู้สแตนเลสสำหรับบรรจุอุปกรณ์การแพทย์, รถเข็นสแตนเลสสำหรับใส่เสื้อผ้าผู้ป่วย เป็นต้น หรือแม้แต่ชิ้นส่วนเล็กๆ เพื่อใช้ประกอบกับอุปกรณ์อื่นๆ ก็สามารถทำได้เช่นกัน

    สิ่งหนึ่งที่ผู้ประกอบการควรคำนึงถึง คือ มาตรฐานและสเปคของวัสดุที่จะนำมาใช้ทำหรือผลิตครุภัณฑ์ เพราะงานด้านการแพทย์มีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง เช่น ล้อที่ใช้ในงานรถเข็นต้องเป็นล้อพลาสติกยูรีเทนแบบพิเศษ ไม่มีชิ้นส่วนโลหะที่เกิดการเสียดสี เพื่อลดการเกิดสัญญาณทางไฟฟ้าที่จะมีผลต่ออุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ เป็นต้น

  • ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสแตนเลส สตีล

    ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสแตนเลส สตีล

    สแตนเลสสตีล คือ โลหะผสม (Ferrous Alloy) ระหว่างเหล็กกับสารหลายชนิด ที่สำคัญ คือ สารโครเมี่ยมอย่างน้อย 10% ที่ทำให้เหล็กกลายเป็นโลหะผสม ที่สามารถทนการกัดกร่อน และ ทนสนิมทั้งจากธรรมชาติ และจากสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น

    สแตนเลส สตีล แบ่งออกได้มากกว่า 150 ชนิด แต่สามารถแบ่งเป็นกลุ่มได้ 8 กลุ่มด้วยกันขึ้นอยู่กับส่วนผสมของธาตุต่างๆ ที่ทำให้ มีคุณสมบัติบางอย่างที่แตกต่างกันไป การเลือกใช้ต้องพิจารณาจากคุณสมบัติ และความเหมาะสมของงานด้วย ส่วนผสมที่ทำให้งาน

    Silver pipes isolated on white background. 3D rendering.

    มีคุณสมบัติแตกต่างกันหลัก ๆ มีดังนี้

    • สารโครเมี่ยม เป็นสารผสมหลักที่จะทำให้เหล็กมีคุณสมบัติในการทนทานต่อการเกิดสนิม และการกัดกร่อนต่าง ๆ
    • สารนิเกิ้ล ช่วยเสริมความต้านทานในการเกิดสนิม และทำให้สแตนเลสไม่ดูดแม่เหล็ก
    • สารโมลิดินั่ม ทำให้สแตนเลส มีความต้านทานในการเกิดสนิมสูงขึ้น และความคงทนต่อสารเคมี เช่น คลอรีน เป็นต้น
    • สารคาร์บอน เป็นตัวเพิ่มความแข็งให้กับสแตนเลส ถ้ามีคาร์บอนน้อย สแตนเลสก็จะมีความเหนียวเพิ่มขึ้นแทน

    สแตนเลส สตีล ที่นิยมใช้กันมากที่สุดในท้องตลาด คือ

    สแตนเลสเกรด 304 (SUS 304) เป็นสแตนเลสที่มีสารโครเมี่ยมอยู่ 18% และนิเกิ้ลอยู่ 8 % บางที่เรียกว่า สแตนเลส 18/8 ซึ่งจะไม่มีสารโมลิดินั่ม , มีคาร์บอนต่ำ และเป็นสแตนเลสที่ทนต่อการเกิดสนิม (Oxidation) และทนการกัดกร่อนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี (Corrosion)

    เนื่องจากมีสารนิเกิ้ลจึงทำให้แม่เหล็กดูดไม่ติด มีคาร์บอนด์ ต่ำจึงมีความเหนียวสูง สามารถใช้กับการปั้มขึ้นรูปสูง ๆ ได้ เช่น การทำอ่างซิงค์หรือภาชนะ ในครัวต่าง ๆ เพราะสามารถทนความร้อนได้ดี เช่น หม้อ กระทะ เป็นต้น

    สแตนเลสเกรด 316 (SUS 316) เป็นสแตนเลส ที่นิยมใช้รองลงมาจากเกรด 304 เป็นสแตนเลสสตีล ที่มีส่วนผสมคล้ายกับเกรด SUS 304 แต่เกรด 316 จะมีส่วนผสมของ สารโมลิดินั่ม เพิ่มเข้าไปทำให้สแตนเลสเกรดนี้ สามารถทนต่อการเกิดสนิม และการกัดกร่อนได้สูงกว่าเกรด 304 โดยเฉพาะการทนต่อสารคลอรีน ( Warm Chlorine Enviromentle ) จึงนิยมใช้ในงานทำอุปกรณ์ต่าง ๆ ใน

    ห้องแลป ส่วนงานอุตสหกรรมอาหาร , อุตสหกรรมสารเคมีต่างๆ , อุปกรณ์เรือ จนถึงประเภทงานสปริง ที่ต้องให้ทนสนิม โดยการลดคาร์บอนลงจาก 0.08% ลงมาเหลือ 0.03% ทำให้สแตนเลสเหนียวขึ้นจนสามารถเป็นสปริงได้ เป็นเกรด SUS 316 L (Low Carbon) สแตนเลสเกรด 430 (SUS 430) เป็นสแตนเลสที่คล้าย เกรด 304 แต่จะไม่มีสารนิเกิ้ล จึงทำให้แม่เหล็กดูดติด แต่จะไม่ติดขนาดเหล็ก แต่ยังมีคุณสมบัติในการป้องกันสนิมได้ดี แม้จะไม่เท่าเกรด 304 แต่เกรดนี้จะมีคาร์บอนด์สูงถึง 0.12% จึงมีความแข็งแกร่งสูงกว่าสแตนเลสเกรด 304 และ 316 เหมาะสำหรับงานที่รับแรงสูงกว่า เพราะปรกติสแตนเลสมักจะมีความเหนียวมากกว่าความแข็ง ในกรณีที่สารคาร์บอนสูงกว่า 0.15% จะกลายเป็นเกรด 420 ซึ่งมีความแข็งที่เหมาะสำหรับทำอุปกรณ์ชุดครัวในเรื่องการตัดหั่นต่าง ๆ เช่น ทำมีดต่าง ๆ เป็นต้น

    การทำสกรูน๊อตสแตนเลสจะนิยมใช้เกรด SUS 304 เพื่อมีความคงทนต่อสิ่งแวดล้อมได้ดีพอสมควร ส่วนเกรด SUS 316 จะนิยมใช้กับงานในอุตสหกรรมเคมี ในห้องแลป หรือในท้องทะเล ส่วนสกรูปลายสว่านที่เป็นสแตนเลสจะเป็นเกรด SUS 410 เพราะมีความแข็งพอใช้ และเกรด 304 หรือเกรด 316 ใช้ไม่ได้ เพราะมีความแข็งไม่พอ แต่ความสามารถในการทนสนิมจะน้อยกว่าสแตนเลสเกรด 202 (SUS202) เป็นสแตนเลสอีกเกรดที่น่าสนใจ ซึ่งจะประกอบด้วย โครเมี่ยม , นิเกิ้ล และแมงกานีส ซึ่งแม่เหล็กดูดไม่ติด แต่ความทนทานต่อสนิมจะต่ำกว่าเกรด SUS 304 มักนิยมใช้ในงานผลิตสินค้า ฮาร์ดแวร์ ต่าง ๆ เช่น บานพับ และกลอนประตูเกรดล่าง

  • การเลือกใช้หรือซื้อสแตนเลส

    การเลือกใช้หรือซื้อสแตนเลส

    การเลือกใช้หรือซื้อสแตนเลส
    ผู้ซื้อหรือผู้ใช้ควรมีความรู้พื้นฐานสักเล็กน้อยในเรื่องดังต่อไปนี้

    • ความรู้เกี่ยวกับวัสดุ – ความรู้จะช่วยการตัดสินใจไม่เกิดปัญหาผิดพลาดและประหยัดราคา
    • ความรู้เรื่องเกรดของวัสดุ- เลือกใช้เกรดวัสดุ ถูกต้อง ลดความเสี่ยง ช่วยลดหรือประหยัดจากการใช้วัสดุราคาแพงได้
    • ความรู้ในการออกแบบ- การออกแบบที่ดีจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการประกอบ
    • ความรู้ในการตกแต่งผิว- การตกแต่งผิวทำให้ดู สวยงามและมีราคาเพิ่มขึ้น
    • การประยุกต์ใช้ในงานตกแต่งหรืองานเครื่องใช้ภายในบ้าน- ใช้เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงหรือแก้ไข
    • การใช้การวางแผนการผลิต – การวางแผนการผลิตจะช่วย ประหยัดค่าใช้จ่ายและเพิ่มคุณภาพผลิตภัณฑ์วิธีทำความสะอาดสแตนเลส
  • ทำไมต้องสแตนเลสเกรด 304?

    ทำไมต้องสแตนเลสเกรด 304?

    สแตนเลส 304 คือ โลหะผสมระหว่างเหล็กกับคาร์บอน แต่มีสารสำคัญคือโครเมี่ยมเป็นส่วนผสมหลัก หากมีในปริมาณมากจะทำให้มีคุณสมบัติในการสร้างฟิล์มโครเมียมออกไซด์ (chromium oxide film : CrO2 หรือเรียกว่า passive film) ที่มองไม่เห็นบนผิวของเหล็ก ทำให้มีความทนทานต่อการเกิดสนิม และการกัดกร่อนต่างๆความเสถียรและความต้านทานการกัดกร่อนของฟิล์มป้องกันจะเพิ่มขึ้นเมื่อเหล็กกล้ามีปริมาณโครเมียมผสมในปริมาณมากขึ้น ฟิล์มที่ว่านี้สามารถถูกทำลาย และสร้างใหม่ได้ด้วยกลไกตามธรรมชาติ ในบรรยากาศที่มีปริมาณออกซิเจนเพียงพอ

    การดูแลรักษาสแตนเลส

    • หากไม่ได้ทำความสะอาดเป็นประจำ ควรทำความสะอาดทันทีที่พบรอยเปื้อนและฝุ่น
    • ในการทำความสะอาดควรเริ่มจากการใช้และผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนที่สุดก่อนเสมอ และทดลองทำความสะอาดเป็นบริเวณเล็กๆ ก่อนเพื่อให้มั่นใจถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น
    • ใช้น้ำอุ่นเพื่อช่วยขจัดความมันของน้ำมันหรือจาระบีในขั้นตอนสุดท้ายของการทำความสะอาด ให้ใช้น้ำสะอาดล้างและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าเนื้อนุ่มหรือกระดาษชำระแผ่นใหญ่ทุกครั้ง
    • เมื่อใช้กรดทำความสะอาดสแตนเลส ควรใช้มาตรการป้องกันและระมัดระวังอย่างเหมาะสม
    • ล้างเครื่องใช้ที่ทำจากสแตนเลสทันทีที่เตรียมอาหารเสร็จเสมอ
    • หลีกเลี่ยงรอยเปื้อนที่เกิดจากเหล็กโดยไม่ใช้อุปกรณ์ทำความสะอาดที่ทำจาก โลหะ หรืออุปกรณ์ที่เคยนำไปทำความสะอาดชิ้นส่วนที่ผลิตจากเหล็กกล้าคาร์บอน (Carbon Steel) มาก่อน
    • กรณีที่ไม่แน่ใจในวิธีทำความสะอาดหรือพบรอยเปื้อนที่ไม่สามารถขจัดออกได้ ให้ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

    สิ่งที่ไม่ควรทำกับพื้นผิวสแตนเลส

    • อย่าเคลือบสแตนเลสด้วยขี้ผึ้งหรือสารที่มีความมัน เพราะจะทำให้ฝุ่นหรือรอยเปื้อนติดบนพื้นผิวได้ง่ายขึ้นและทำความสะอาดออกได้ยาก
    • อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของคลอไรด์ ( Chlorides) และ เฮไลด์ ( Helides) เช่น โบรไมน์ ( Bromine) ไอโอดีน ( Iodine) และ ฟลูออรีน (Fluorine)
    • อย่าใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาดสแตนเลส
    • อย่าใช้กรดไฮโดรคลอริค ( HCI) ในการทำความสะอาด เพราะจะทำให้เกิดการกัดกร่อนแบบรูเข็มและแบบเป็นรอยร้าวได้ ( Pitting and Stress Corrosion Cracking)
    • อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่แน่ใจ
    • อย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องเงิน
    • อย่าใช้ปริมาณสบู่และผงซักฟอกมากเกินไปในการทำความสะอาด เพราะอาจทิ้งคราบไว้บนพื้นผิวได้
    • อย่าทำความสะอาดส่วนที่มีคราบฝังแน่นในขั้นตอนเดียว ควรทำความสะอาดเบื้องต้นก่อนขจัดคราบฝังแน่น

    คำถามเกี่ยวกับสแตนเลส 304 ที่แอดมินรวบรวมมาเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการตัดสินใจเลือกซื้อ

    1.สแตนเลส 304 แม่เหล็กดูดไม่ติดจริงหรือ

    ตอบ สเตนเลสตระกูล 300 จะไม่ตอบสนองกับแรงดูดของแม่เหล็ก เมื่ออยู่ในสภาพปกติ แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงสภาพ เช่น การตัด การเชื่อม การเจียร การดัดโค้ง รวมถึงการปั้มขึ้นรูป ซึ่งจะทำให้บริเวณที่เกิดการกระทำดังกล่าว เกิดปฎิกริยาตอบสนองกับแรงแม่เหล็กได้ แต่จะไม่แรงเท่ากับ เมื่อนำแม่เหล็กไปดูดกับสเตนเลสในตระกูล 400

    2.สแตนเลส 304 เกิดสนิมได้หรือไม่

    ตอบ สามารถเกิดสนิมได้ ในกรณีที่ถูกกรด ด่าง หรือไอระเหยของกรดและด่าง ในปริมาณมาก เช่น

                 2.1 การใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่มีกรดไฮโดรคลอริค ราดไปที่อุปกรณ์โดยตรง หรือ จากไอระเหยเมื่อมีการราดน้ำยาล้างห้องน้ำทิ้งไว้

                 2.2 แหล่งน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาดาล ทำให้เกิดคราบของน้ำ หรือตะกรันเกาะที่พื้นผิวของสเตนเลสได้ เพราะน้ำบาดาลจะมีส่วนผสมของสารละลายหินปูน และสนิมเหล็กจำนวนมากปะปนอยู่ในน้ำ

                 2.3 การใช้อุปกรณ์ในพื้นที่ติดน้ำทะเล หรือในพื้นที่ที่มีไอเค็มจากน้ำทะเลรัศมี 5 กิโลเมตร

    3.ไหนว่าsus304 มีฟิล์มโครเมียมออกไซด์ ที่ซ่อมแซมตัวเองได้ทำไมยังเกิดสนิม

    ตอบ หากในระหว่างที่ชั้นฟิล์มถูกลำลายจากการกระเทาะ กระแทก ตัด เจียร ดัด ขูดขีด การกัดกร่อน อย่างรุนแรง และยังไม่ทันสร้างฟิล์มใหม่ขึ้นมาทดแทน จะทำให้เหล็กเกิดปฎิกิริยากับออกซิเจนในอากาศและเป็นสนิม